บทที่ 10 บทไม่มีชื่อ

"มินทร์ๆๆๆๆ" เสียงเรียกชื่อซ้ำๆทำให้คิงอดใจไม่ไหว ยกมือขึ้นจะฟาดผัวะเข้าให้ เพราะลำคาญตวามขี้แยของคนที่นั่งสะอื้นฮักอยู่ แต่ยั้งมือไว้ได้ทันไม่อยากจะทำร้ายคนตรงหน้าให้บาดเจ็บ

"มึงจะเรียกมันไปหาป้ามึงหรือไง"คิงตวาดซ้ำ เตชินกับพิชญ์ ยืนมองทั้งคู่เงียบๆ ก็เกิดมาเล็กจนโตพึ่งจะเคยเห็นคิงสติแตกต้องมายืนเถียงกับเด็กโดยที่ไม่ยอมลงไม้ลงมือได้ เพิ่งเคยเห็นว่าเพื่อนกึ่งนายของตัวเอง ก็มีความอดทนใจเย็นกับเขาเหมือนกัน นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกแล้วล่ะ

"ไม่ได้เรียกป้า เราเรียกมินทร์ต่างหาก"คิสฉอดเถียงกลับทันที ดูท่าทางคนร่างสูงที่กำลังขยับไม้ขยับมือแล้วอดขดขยับตัวติดโซฟาไม่ได้ อ้อ ตอนนี้เตชินที่หน้าเข้มผิวเข้มถอยออกห่างจากตัวของคิสแล้ว เพราะถึงคิงไม่บอกเขาเองก็รู้ดี ว่าไม่ควรแตะต้องคิสโดยที่คิงไม่อนุญาต เมื่อครู่ก็เพื่อกักตัวเอาไว้เพื่อให้คิงปลอดภัยเท่านั้น มันเป็นหน้าที่ของเขาโดยเฉพาะ

"เอาดีๆ"คิงกัดฟันพูด มองหน้าที่ชุ่มน้ำตาด้วยสายตาไม่รู้ว่าจะโมโหหรือหมั่นไส้ดีกันแน่

"เอาน้ำมาให้น้องหรือยัง"คิงตัดสินใจหันไปถามสองคนที่ทำหน้าเหวอๆอยู่โดยไม่หาเรื่องคนตัวเล็กต่อ เตชินเดินไปเอาน้ำส้มแก้วโตที่มีเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่รอบแก้วไอเย็นลอยเบาๆอยู่บนแก้วมายื่นส่งให้เจ้าตัว แต่คิงกลับคว้าแก้วมาถือเอาไว้เสียเอง

"กินน้ำนี่ก่อนแล้วมีเรื่องจะถาม"คิงบอกเสียงห้วน คิสมองแก้วน้ำส้มแล้วมองหน้าของคิงสลับกันไปมา

"คะ....คิสไม่กิน มินทร์ไม่ให้กินของคนหน้าแปลกๆนี่นา"คิงขึงตามองหน้าคิส ก่อนจะยกแก้วน้ำส้มขึ้นสูงทำท่าจะปาแก้วทิ้งด้วยความโมโห คิสรีบคว้าแขนใหญ่เอาไว้ทันที 

"จะทำอะไรน่ะ อย่าทิ้งนะ"คิสรีบบอก ใช้สองมือจับท่อนแขนเอาไว้ถึงอย่างนั้นก็ยังกำได้ไม่รอบ

"มึงไม่แดก" คิงตอบห้วนๆ คิสหน้าจ๋อยทันที

"ก็มินทร์บอกว่าใครให้อะไรอย่าไปรับมาใส่ปากให้บอกมินทร์ก่อนนี่ อยากกินอยู่หรอกนะแต่ขอบอกมินทร์ก่อนได้มั๊ยอ่า"คิสบอกเสียงอ่อยๆ จ้องหน้าคนที่ทำหน้าเหมือนยักษ์เข้าไปทุกทีด้วยความไม่มั่นใจ

"โว๊ะ"คิงได้ยินถึงกับของขึ้นอีกรอบ ไหนจะหน้าแปลกๆ ไหนจะต้องขออนุญาตไอ้มินทร์ นี่ไอ้มินทร์เป็นพ่อหรือผัวของน้องวะ หรือว่าจะเป็นจริงๆเขายิ่งหงุดหงิดกับความคิดนี้

"กินไปไม่ตายหรอกน่า ไม่มีใครทำอะไรมึงหรอก ตัวเท่าลูกหมา ลงมือไปก็ไม่คุ้มเสียแรงเปล่า แดกๆไปเหอะอย่าเรื่องเยอะ"คิงอดไม่ไหวกระแทกเสียงบอกคนที่ยังงอแงอยู่ พิชญ์ถึงกับหลุดเสียงขำพรืดออกมาเพราะทนไม่ไหว คิงหันกลับมามองตาขวางเพราะไอ้สองคนนี่ทำหน้าเหมือนเห็นของแปลกครั้งแรกในชีวิต มือเขากำแก้วไว้แน่นจนแก้วเกือบจะแตก ทั้งสามคนเลยมองหน้ากันเหมือนจะปรึกษา ว่าใครจะเป็นคนสอบสวน เอ้ยสอบถามคนตัวเล็กนี่ดี ลงมือก็ไม่ได้ทำร้ายก็ไม่ลง แต่ไอ้เด็กตัวเล็กนี่เห็นแบบนี้เรียกว่ากวนตีนก็ได้นะครับ กวนตีนแบบหน้าซื่อๆนี่แหละเลยทำให้คนที่เคยแต่ซ้อมคนอื่นทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียว

"เอาไง"ไอ้เตถามก่อน

"เอาอะไรมึงดูหน้าแป๋วแหว๋วของมันดิกล้าตีเหรอ"ไอ้พิชญ์พยักเพยิดคางให้เพื่อนมองคิส

"ใครสั่งให้พวกมึงลงมือ"คิงเสียงเขียวตาขวาง

"เอออออ ไม่มีใครลงมือกูแค่บอกมั๊ยเพื่อน"พิชญ์ลากเสียง ไอ้เตส่ายหน้าไปมา

"เลิกทะเลาะกันก่อนเหอะ น้องมันนอนนานว่ะ แล้วตื่นมาแม่งก็ร้องไห้เรียกหาแต่ไอ้มินทร์ คนของเราก็ยังไม่ส่งข่าว จะเอายังไงก็เอาเหอะ หรือที่มันร้องเพราะหิววะ"เตยกมือขึ้นลูบปลายคางออกความเห็น

"เออนั่นดิหรือหิว"พิชญ์เห็นด้วย

"อืม หรือว่าจะใช่"คราวนี้หัวหน้าแก้งอย่างไอ้คิงพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสามถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายหันกลับมามองหน้ากัน แล้วทั้งสามก็หันกลับไปมองหน้าคิสพร้อมกันอีกครั้ง ส่วนเจ้าตัวนั่งกอดเจ้าโตงเตงมองหน้าทุกคนสลับไปมา เพราะไม่รู้ว่าพวกนั้นคุยเรื่องอะไรกันแน่ แต่ตอนนี้เขาคิดถึง  มินทร์แล้วอ่ะ

"จะหามินทร์ มินทร์อยู่ไหน ฮืออออ มินทร์จ๋า"คิงคิ้วกระตุกอีกครั้งทีได้ยินชื่อของมินทร์ออกจากปากของเด็กหน้าขาวนั่น หัวใจของเขารู้สึกขึ้นมายันสมอง คล้ายกับว่าชื่อมินทร์คือคำติดบั๊กในหัวของเขา

"เดี๋ยวเพื่อน ใจเย็นก่อนใจเย็น"พิชญ์รีบเตือนสติ

"อืม หรือว่าจะใช่"คราวนี้หัวหน้าแก้งอย่างไอ้คิงพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสามถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายหันกลับมามองหน้ากัน แล้วทั้งสามก็หันกลับไปมองหน้าคิสพร้อมกันอีกครั้ง ส่วนเจ้าตัวนั่งกอดเจ้าโตงเตงมองหน้าทุกคนสลับไปมา เพราะไม่รู้ว่าพวกนั้นคุยเรื่องอะไรกันแน่ แต่ตอนนี้เขาคิดถึง  มินทร์แล้วอ่ะ

"จะหามินทร์ มินทร์อยู่ไหน"คิงคิ้วกระตุกอีกครั้งทีได้ยินชื่อของมินทร์ออกจากปากของเด็กหน้าขาวนั่น

"เดี๋ยวเพื่อน ใจเย็นก่อนใจเย็น"พิชญ์รีบเตือนสติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป